|
||||
|
ตราบใดที่เรายังต้องคลุกคลีกับคน
การสังเกตให้รู้ข้อเสียหรือข้อจำกัดของคนที่เราเกี่ยวข้องด้วย
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือคนทั่วไป จะช่วยลดปัญหา
ลดความขัดแย้ง เป็นผลให้เกิดความสงบสุข
หัวข้อนี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์คนและการปรับตัวเอง เพื่อให้เกิดความสงบสุข ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย อนึ่ง คนทั่วไปแต่ละคนจะมีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัด ข้อดีคืออุปนิสัยของเขาเมื่อเขาทำแล้วจะดีต่อตัวเองและต่อผู้อื่น ข้อเสียคืออุปนิสัยของเขาเมื่อเขาทำแล้วจะไม่ดีต่อตัวเองและต่อผู้อื่น ส่วนข้อจำกัดคือประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับเขา เป็นความชอบหรือไม่ชอบ จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องรู้ข้อเสียหรือข้อจำกัดของคนทุกคน? ถ้ารู้ข้อเสียหรือข้อจำกัดของคนในครอบครัว เพื่อน หัวหน้า หรือลูกน้อง จะเป็นการดีมาก จะทำให้เรากับคนเหล่านั้น อยู่กันอย่างสงบสุข สามารถลดปัญหาระหว่างบุคคลลงได้บ้าง ส่วนถ้าเป็นคนที่เราพบเจอเมื่อเดินผ่านไปมาบนถนน หรือเห็นกันบนรถเมล์ ตอบว่าไม่จำเป็นครับ แต่ถ้ารู้ได้ว่า ใครมีลักษณะเป็นมิชฉาชีพ ฯลฯ เราก็จะสามารถระวังตัวก่อนที่จะเกิดเหตุร้าย จะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีข้อเสียหรือข้อจำกัดอะไร? ดูง่าย ๆ ว่าที่ผ่านมาไม่นาน เราหรือคนอื่นเคยเจ็บช้ำเดือดร้อนเพราะเขาเนื่องมาจากอะไร ยิ่งความเจ็บช้ำ เกิดบ่อยครั้งและรุนแรง นั่นถือว่าเป็นข้อเสียหลักของบุคคลนั้น ถ้ามองไม่เห็นข้อเสียของเขา ก็ดูจากข้อดีก็ได้ว่า ถ้าข้อดีนั้นมากเกินมันก็อาจจะเป็นข้อเสียได้ แต่สำหรับคนที่เราเดินผ่านไปมาบนท้องถนน คนบนรถเมล์ ถ้าเรามีประสบการณ์ระดับหนึ่ง จะรู้ได้โดย ประมาณว่าคนนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างน้อยที่สุดเราควรพอดูออกว่าใครน่าจะเป็นมิชฉาชีพ หรือเป็นอะไรแนวทางร้าย ๆ ถ้ายังไงก็ดูไม่ออกให้ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน หรืออย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน ก็ได้ครับ ในที่สุดเราจะพอรู้ข้อเสียของคน ๆ หนึ่งแล้ว สนใจเฉพาะข้อเสียหลัก ๆ ของเขาก็พอ ส่วนข้อจำกัด รู้ได้ด้วยการสังเกตเมื่อมีการพูดคุยติดต่อสื่อสารกัน ถ้าเรื่องที่คุยกระทบข้อจำกัด มักจะทำให้เขากระอักกระอ่วนใจ ถ้าเป็นคนที่ไม่สนิทกันก็จะเป็นการผลักดันให้เขาห่างออกไปทันที ระวังเข้าทางเป็นอย่างไร? เข้าทาง หมายถึง เราพูด เรากระทำ อย่างใดอย่างหนึ่งให้ไปเป็นเหตุให้คนนั้น แสดงอุปนิสัยที่ไม่ดีของเขาออกมา นั่นจะทำให้เราเดือดร้อน ความสงบสุขมันก็จะกระเจิดกระเจิงไประยะหนึ่ง คงต้องยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ สักอัน สมมุติว่าคุณเป็นแฟนกับคนชื่อ ก. คุณรู้ว่า ก. มีนิสัยขี้บ่น ถ้าใครวางของไม่เป็นระเบียบให้ ก. เห็น ก.จะบ่นทันที เมื่อ ก.บ่น คนที่อยู่รอบข้างรำคาญ ความสงบสุขมันก็ไม่มี ดังนั้น เมื่อรู้ข้อเสียของ ก. ข้อนี้ ก็ไม่วางของระเกะระกะ เรียกว่าไม่ให้เข้าทางที่จะให้ ก. บ่นได้นั่นเอง ข้อเสียในลักษณะอื่น ๆ ของคนอื่น ๆ ก็ทำนองเดียวกัน คือเราพยายามไม่พูดหรือทำอะไรให้เข้าทางที่จะทำให้เขา แสดงข้อเสียออกมา แต่ในหลายกรณีก็เป็นเหตุสุดวิสัยที่อาจจะไปเข้าทางของใครโดยที่ไม่ได้เจตนา หรือระวังอย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้ เช่น เราพูดหรือทำอะไรไปตามหน้าที่ การที่ไปอยู่ในกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมหรือแนวคิดแตกต่างกัน หรือการที่อีกฝ่ายหนึ่งมีอุปนิสัยอย่างนั้น ข้อเสียของคนเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของคน ๆ หนึ่งนั้นเปลี่ยนแปลงได้ อาจจะเปลี่ยนแปลงในทางลบ คือเพิ่มระดับความรุนแรง หรือมีข้อเสียเพิ่มขึ้นหลายอย่าง หรือเปลี่ยนแปลงในทางบวก คือลดระดับความรุนแรง หรือมีข้อเสียน้อยลง ไปจนกระทั่งน้อยที่สุดหรือไม่มีข้อเสียเลย คือไม่ทำให้ตัวเขาหรือใครเดือดร้อนได้เลยไม่ว่าในกรณีใด ๆ ข้อเสียเปลี่ยนแปลงได้ด้วยทั้งเหตุปัจจัยภายในและภายนอก ภายในคือเขาคิดเปลี่ยนของเขาเอง ส่วนภายนอกคือ มีคนอื่นหรือเหตุการณ์บางอย่างมาทำให้เขาเปลี่ยน การที่นักพัฒนาตนเองจะไปเปลี่ยนคนอื่นนั้นใช่ที่ เรารู้ข้อเสียของเราเอง ควบคุมและปรับปรุงแก้ไข ไม่ให้ใคร มาเข้าทางของเรา เราก็จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนได้ แล้วเมื่อเรารู้ข้อเสียคนอื่น ระวังไม่ไปเข้าทางของเขา จะเป็นผลให้เรา เขา และคนที่แวดล้อมเกี่ยวข้องมีแต่ความสุขสามัคคี เพราะปัญหาความขัดแย้งลดลง |
||||
|
Free to read or republish. 2009 by forThais.org. |
||||