|
||||
|
ช่วงเวลาที่เราได้ทำความเพียรอย่างมีประสิทธิภาพมีสมาธิ
เป็นจังหวะที่ผลงานจะคืบหน้า ในบทความนี้จะเขียนเกี่ยวกับอุปสรรคที่มักจะขัดขวางสมาธิในการเรียนหรือทำงาน และจะเสนอวิธีฝึกสร้างสมาธิในการทำงาน ๑. อุปสรรคมีเนื้อหาเรื่อง "อุปสรรค" คลิกเพื่ออ่านดูได้ครับ และจะอธิบายเพิ่มเติมบางส่วน ดังนี้ อยู่ลำพัง - การจะทำความเพียรได้สำเร็จนั้น จังหวะที่อยู่คนเดียวจะดีมาก คราวนี้จะเหลือเพียงอุปสรรคภายในที่เราต้องต่อสู้ ความง่วง - การชนะความง่วงได้อย่างเด็ดขาดมีลักษณะดังนี้ ๑. ไม่ลุกหนีไปไหนก็ไม่ง่วง แพ้ คือง่วงจนยอมไปนอน วิธีแก้ง่วงลองคลิกดูได้ อารมณ์เพศ อารมณ์ทางเพศ มีพระไตรลักษณ์ประกอบอยู่เหมือนกับอารมณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความฟุ้งซ่าน ความง่วง ความเหงา ความเศร้า ความโกรธ เป็นต้น อนิจจัง เกิดขึ้นแล้วดำรงอยู่ระยะหนึ่งก็หายไป เช่น
บางครั้งมีความคิดนึกถึงเกี่ยวกับเรื่องเพศอยู่เพียง ๕ นาที
ความคิดนั้นก็หายไป
อย่างนี้เป็นต้น ย้ำอีกทีว่า อารมณ์เพศลดลงได้ด้วย ๑. การหลีกเลี่ยงสิ่งที่มากระตุ้นอารมณ์เพศ
ไม่ว่าจะเป็นภาพ ภาพยนตร์ เสียง หรือตัวหนังสือ การหลีกเลี่ยง การหลีกเลี่ยงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรลดความชอบความยินดีในเรื่องเพศ ไปพร้อมกันด้วย การเปิดเผยหรือการสอนให้เด็กรู้เรื่องเพศ
ควรจะชี้ให้เด็กเข้าใจพระไตรลักษณ์อย่างแท้จริง การจัดการกับความคิด อารมณ์ความคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ และความคิดฟุ้งซ่าน ขอเรียกสั้น ๆ ว่า "ความคิด" มีแนวทางในการจัดการเหมือนกัน
เริ่มจากต้องรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องความคิดก่อนว่า
"ความคิดความรู้สึกและอารมณ์เหล่านั้นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา" ความคิดเปรียบเสมือนกองเชียร์ มาสนับสนุน มากระตุ้น มายุ ให้เราคล้อยตามไป วิธีกระตุ้นที่เกิดขึ้นภายในตนเอง มีดังนี้ ๑.
กระตุ้นที่ความทรงจำเรื่องหนึ่งตอนใดที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้เราเกิดอารมณ์อย่างนั้น ถ้ากองเชียร์เขามาบ่อย ๆ แล้วเราก็คล้อยตามเขาไปทุกครั้ง ก็ง่ายสำหรับเขา
เขาเชียร์ขึ้น อันนี้จะกลายเป็นนิสัยไปเลย วิธีที่จะชนะความคิด ทำดังนี้ ๑.
หลีกเลี่ยงการเก็บความทรงจำที่ไปสนองความคิดนั้น
นั่นก็คือหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นทั้งหลาย ข้อนี้สำคัญ อย่างไรก็ตาม กับความคิดที่ไม่พึงประสงค์ อาจจะเลือกจัดการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ได้แก่ ๑. ปล่อยผ่านไป เช่น เวลาสวดมนต์ แผ่เมตตา
หรืออธิษฐาน แล้วถูกสวดแทรก มีความคิดแทรก หรืออธิษฐานแทนเรา
๒. กำหนดสติสำทับย้ำลงไปในขณะนั้น
ไม่ให้เขาแทรกแซงหรือพัฒนาต่อไปได้ เช่น
ในการสวดมนต์แทนที่เราจะสวดในใจ เราก็สวดแบบมีเสียง ๓. พิจารณาดู ว่าความคิดนั้นจริง ๆ แล้ว ดีหรือไม่? เมื่อทำตามแล้วผลจะเป็นอย่างไร? แล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำตามหรือไม่ ๔. ย้ายจิตของเราจากจิตระดับบนไปสู่ระดับล่าง และจากระดับล่างกลับมาบน หรือจะไปหยุดดูอยู่ที่จิตระดับล่างสักพักหนึ่งก็ได้ (คลิกดูเพิ่มเติม) ห่วงกิน การกินของหวาน ระวังฟันผุ ๒. วิธีฝึกสร้างสมาธิในการทำงานอาจจะลองทำดู เสนอไว้ ๒ วิธี ใช้วิธีไหนก็ได้ ๒.๑ ใช้ความอดทนด้วยการกำหนดระยะเวลาในการทำงาน แล้วหนักแน่น อดทนทำงานอยู่จนครบระยะเวลาที่ได้ตั้งใจไว้ ๒.๒ มองเห็นเป็นภาพ
มองเป้าหมายกับหนทางไปสู่เป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตรวจสอบเส้นทางว่ามีทางไปได้และปลอดภัย
ลดความสนใจต่อสิ่งรบกวนข้างทาง ระหว่างที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ควรระลึกถึงเป้าหมายไว้เสมอ
ถ้ามีปัญหาอุปสรรคหรือสิ่งเบี่ยงเบนใดเกิดขึ้น
ตัดสินใจว่าจะจัดการหรือไม่ อนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เราควรมีเป้าหมายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ลงมือทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีพลัง
เป็นอันว่าการมองให้เห็นภาพมีสองส่วนที่สำคัญคือ ก)
เป้าหมายที่เราต้องการ และ ข) หนทางที่จะไปสู่เป้าหมายนั้น
ถูกระบุชัดเจน สรุป เมื่อชนะอุปสรรคได้ ลงมือทำความเพียร มีความคืบหน้า ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวใหญ่ในการชนะใจตนเอง |
||||
|
บทความที่เกี่ยวข้อง: Free to read or republish. 2011 by forThais.org. |
||||