สมาธิในการทำงาน (ตอนที่ ๒)

โดย สาระ
ปรับปรุง ๑๙ ก.ค. ๔๘

 

ถ้าอุปสรรคมาก รวมสมาธิไม่ได้ ไม่มีสมาธิเลย หรือไม่ยอมลงมือทำ

การทำดังต่อไปนี้ อาจจะช่วยได้

๑. ทำบุญแล้วแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร 

ทำบุญ ทุกวันได้ยิ่งดี อาจจะใส่บาตร สวดมนต์ บริจาคเงิน ช่วยเหลือเด็ก ๆ การทำบุญนี่ยังมีอีกหลายทาง ทำบุญเสร็จแล้วก็แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย
และให้เจ้ากรรมนายเวร

เรื่องเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวร ไม่อธิบายมาก  โดยทั่วไปก็ควรใช้พรหมวิหาร โดยเฉพาะเมื่อเจอะเจอเขา และไม่ถือสาในสิ่งที่เขาพูดหรือทำไม่ดีต่อเรา
แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เข้าทางเขา ไม่ประมาท

เวลารู้ว่าใครคือเจ้ากรรมนายเวร คงไม่ต้องถึงกับหลีกหนีเขาโดยที่เราต้องละทิ้งสิ่งดี ๆ อื่น ๆ อีกมากมาย  เรียนรู้ที่จะจัดการกับเขาดีกว่า อย่างเช่น
การใช้พรหมวิหารและการมีสติ  ผลที่ควรจะเป็นคือ ใจเราไม่หวั่นไหวอะไรมากนัก ไม่ถือสา อโหสิกรรมเขา

ส่วนสิ่งที่ตัวเราคิด พูด และกระทำอยู่ในปัจจุบันก็ต้องตรวจสอบ ว่าเรารู้เส้นทางหรือไม่? ว่าต่อไปผลจะเป็นอย่างไร? จะทำอย่างไรต่อไป? เรื่องอย่างนี้ต้องอาศัยผู้รู้ช่วย
ผู้รู้ในที่นี้คือผู้มีธรรมสูงกว่าเรานั่นเอง เช่น พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและมีญาน นั้นคือผู้ที่เราควรเข้าหา ท่านจะช่วยแนะให้ได้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร
ญานที่จำเป็นในที่นี้คือญานรู้กฎแห่งกรรมหรือเบื้องต้นก็ญานรู้ปัญหาและรู้วิธีแก้นั่นเอง

และในการรู้นี้ ไม่ควรหมายมั่น เราอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ ด้วยเพราะเหตุผล เช่น ตีความผิดเนื่องจากสิ่งที่ปรากฏให้เห็นไม่ใช่ของจริง เป็นต้น

๒. แผ่เมตตาและอธิษฐานให้ตัวเองหลังจากทำบุญ 

๓. การทำงานบางอย่างที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก ไปด้วยกันได้กับความสุขทางอายตนะ เช่น ทำงานไปพร้อม ๆ กับฟังเพลง 

แต่กับงานที่ต้องใช้สมาธิมาก เอกัคคตาจิต การมีจิตสนใจเพียงเฉพาะแต่งานที่กำลังทำ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสร้างสมาธิในการทำงาน
ความสุขอย่างอื่นต้องพักไว้ก่อน ทำงานก่อน  ข้อนี้สำคัญมาก เอกัคคตา

 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง:
สมาธิในการทำงาน (ตอนที่ ๑)
สมาธิในการทำงาน (ตอนที่ ๓)
สมาธิในการทำงาน (ตอนที่ ๔)

Free to read or republish. 2009 by forThais.org.