|
|||
|
ความรู้มีมากมายเกินกว่าที่จะสามารถรวบรวมไว้ได้ ความรู้ต่าง ๆ นั้นมีคุณค่า ครูผู้สอนและทุกคนที่มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ เป็นผู้มีคุณูปการ ลำพังความรู้ต่าง ๆ ไม่มีความรู้ใดหนัก ความรู้ใดเบา การที่จะหนักหรือเบานั้นเป็นผลมาจากการแบก การยึดถือ ถ้ามุ่งหวังจะพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ ไม่ว่าจะเป็น การรู้จักเส้นทาง ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เปียโน กอล์ฟ ลีลาศ และอีกมากมาย รวมความต้องการที่จะเรียนรู้แล้วหนักเหลือเกิน ความหนักจึงเกิดมาจากความโลภที่จะเรียนให้ได้หลายอย่าง รู้หลายเรื่อง ทำเป็นหมด จึงมีความรู้อีกอันหนึ่งที่สำคัญ เป็นความรู้ที่ประเสริฐ ทำให้เกิดความสุข เรียกว่าความรู้ที่ทำให้เบา ลักษณะของความรู้ที่ทำให้เบานี้ คือการไม่ยึดติดในความรู้ใด ๆ มีแต่ความสงบใจ เย็นใจ สุขใจ การไม่ยึดติดในความรู้ใด ๆ หาใช่การเพิกเฉยไม่ศึกษาหาความรู้ไม่ แต่เป็นสภาวะที่มีความสุข หากต้องการจะศึกษาหาความรู้ใด ก็จะเป็นไปด้วยความสุข เป็นอย่างพอดีพองาม ไม่ตึงเครียด ไม่รู้สึกหนักใจ มีการคัดเลือกเรียนเลือกรู้เฉพาะบางสิ่งที่ตนจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือก่อให้เกิดความสุขความภิรมย์ยินดี และเหมาะสมกับเวลาที่มี ไม่จำเป็นต้องเรียนต้องรู้ในทุกรายละเอียดปลีกย่อยของทุกวิชาทุกสาขา ความรู้ที่ทำให้เบานี้ต่างจากความรู้อื่นอยู่มาก ความรู้อื่นต้องศึกษาสิ่งอื่น มักเรียนรู้จากสิ่งภายนอกตัวนอกใจ แต่ความรู้ที่ทำให้เบาเรียนที่ใจและเกิดที่ใจ |
|||
|
Free to read or republish. 2011 by forThais.org. |
|||