|
||||
|
การประคองจิตมีส่วนอย่างมากที่จะช่วย เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน ต่อเนื่อง จนกระทั่งประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งยังช่วยลดการลืม การประคองจิตเทียบได้กับการที่เราขับรถอยู่บนถนน จุดหมายปลายทางคือเป้าหมายที่เราต้องการ รถที่เราขับเปรียบเหมือนจิตใจของเรา เราพยายามขับรถไปตามลู่หรือช่องจราจร มุ่งสู่เป้าหมายให้ถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย และใช้เวลาไม่มากเกินไป การประคองจิตสามารถปฏิบัติได้ อาทิเช่น ตัวอย่างที่ ๑ การที่พ่อแม่คอยมองคอยดูแลลูกน้อยไม่ให้คลาดสายตา ในขณะที่คุยสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ตัวอย่างที่ ๒ ช่างซ่อมรถยนต์มีกระดาษที่ลงรายละเอียดว่าจะต้องซ่อมอะไรบ้าง ที่พวกเขามักจะเรียกว่าใบแจ้งซ่อม นั่นคือใบที่ระบุเป้าหมายที่เขาต้องทำให้สำเร็จเร็วที่สุด ช่างก็จะใช้ใบนั้นช่วยประคองจิตของตนให้สนใจทำตามนั้น ไม่วอกแวก ตัวอย่างที่ ๓ ได้แก่ การจดบันทึก และการใช้เครื่องมือในการปลุกเตือนต่าง ๆ ตัวอย่างที่ ๔ ได้แก่ การที่เรากำหนดในจิตใจของเราว่าเราต้องการจะทำอะไร เราก็ประคองจิตของเราให้สนใจ ระลึกอยู่ และพยายามทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นตามที่ปรารถนา ตัวอย่างที่ ๑ สมาธิถูกแบ่งออกเป็นสอง กิจกรรมดูลูกเป็นหลัก คุยเป็นรอง เป็นการประคองจิตให้สนใจลูกเป็นหลัก ตัวอย่างที่ ๒ และ ๓ การประคองของจิตโดยลำพังอาจจะไม่ต่อเนื่อง จึงใช้อุปกรณ์ช่วย ส่วนตัวอย่างที่ ๔ เป็นการประคองจิตที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วย ผู้เริ่มทำความเพียรโดยทั่วไป กว่าที่เขาจะรู้เรื่องการประคองจิต จะต้องถูกอุปสรรคต่าง ๆ สกัดไม่ให้เขาสามารถรวมจิตรวมสมาธิได้ จึงต้องพ่ายแพ้ หมดเวลา ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดให้สำเร็จได้ นอกจากนั้น การลืมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก เมื่อเขาสามารถประคองจิต และจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางจนเป็นผลให้ความสับสนลดลง รวมสมาธิได้ จึงสามารถทำกิจจนสำเร็จลุล่วงเป็นชิ้นเป็นอันอย่างน่าทึ่ง การลืมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นจะเห็นอุปสรรคที่เข้ามาขัดขวางได้ชัดเจนขึ้น เหมือนนักฟุตบอลที่กำลังเลี้ยงลูกบอล หลบหลีกทีมฝ่ายตรงข้ามที่ถลาเข้ามาสกัดสองถึงสามคนในคราเดียวกัน แต่ถึงกระนั้น อุปสรรคที่สำคัญและซับซ้อน ก็ยังทำหน้าที่อย่างแข็งขันอยู่ |
||||
บทความที่เกี่ยวข้อง: Free to read or republish. 2011 by forThais.org. |
||||