|
||||||||||||||||
|
การทำงานหรือทำความดีใด ๆ ต้องมีอุปสรรค อย่ามัวรอจังหวะที่ปลอดโปร่งที่สุดแล้วจึงทำ จังหวะอย่างนั้นมันไม่มี คิดเสียอย่างนั้น เมื่อมีปัญหาอุปสรรค เราก็คิดแก้ไขไป ให้สามารถทำงานได้ ปัญหา อุปสรรค ทั้งหลายทั้งปวง สามารถลดลงได้ด้วยสติ ปัญญา และความพยายาม นอกจากนั้นก็ด้วย การไม่ประมาท การคาดการณ์ การเตือน การตรวจสอบ และการป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ ทำความเพียร ตัดความกังวล ปัญหา อุปสรรค และเรื่องวุ่นวาย ในบทความนี้ขอรวมเรียกว่า "อุปสรรค" อุปสรรคขัดขวางความสุขและความสำเร็จ มักบั่นทอนปัจจัยแห่งความสำเร็จ อันได้แก่ เวลา พลังงาน ความสนใจ สมาธิ เงิน และทรัพยากรอื่น ๆ อุปสรรคแบ่งเป็นที่เกิดภายใน จากภายนอก และทั้งสองอย่าง
กรณีศึกษาบางรายการ ของการจัดการอุปสรรคแต่ละอย่าง จะแสดงต่อไปนี้้ ๑. มีสติ สงบใจ
เมื่อถูกอุปสรรคเล่นงานเอา ให้มีสติ ทำใจสงบ อาจจะภาวนาพุทโธ
หรือกำหนดรู้ปัจจุบันก็ได้ ๒. ใช้ปัญญา
แก้ไขอุปสรรคด้วยปัญญา คิดเอง ปรึกษากัลยาณมิตร หรืออ่านดูตำหรับตำรา แนวคิดในการแก้ไขอุปสรรค ได้แก่ - วิธีไหนดีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นอุปสรรคที่เกี่ยวเฉพาะกับตนเองเป็นหลัก วิธีที่ดีคือวิธีที่แก้ไขอุปสรรคได้ งานสะดุดน้อย เสียเวลาและทรัพยากรน้อย และมีผลกระทบน้อย เปรียบเทียบผลดีต่อผลเสีย ในบรรดาทางเลือกต่าง ๆ เช่น
การแก้หรือซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรค
การเปลี่ยนใหม่เฉพาะส่วน ส่วนถ้าเป็นอุปสรรคที่เกี่ยวกับคนอื่น วิธีที่ดีจะต้องคำนึงถึงคนที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นด้วย - โดยทั่วไป ควรให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่ต้องการ
มากกว่าอุปสรรค ๓. พยายาม
อุปสรรคบางอย่าง เมื่อพยายามทุกวิถีทางแล้ว กลับพบว่าหาคำตอบไม่เจอ ถึงทางตัน เมื่อเป็นดังนี้ ลองใช้ความพยายาม เพิ่มกว่าที่เคย ฮึดสู้ เอาจริงเอาจัง หาเครื่องมือช่วย ทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ บางครั้ง ความพยายามต้องพร้อม ๆ กับความใจเย็น ใจเร็วรีบร้อนอาจจะทำให้สิ่งที่ค้นหาถูกบดบังมองไม่เห็น ๔. รู้รูปแบบและเตรียมรับมือ
บางครั้ง อุปสรรคหลักที่เกิดบ่อยอาจจะสามารถถูกจับคู่กับสถานการณ์ ถ้าเรามองออก ก็จะช่วยในการป้องกันแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเกิดของอุปสรรคเหล่านี้ ผู้เขียนจึงเรียกว่าเป็นรูปแบบ เช่นเมื่อใดที่เราขับรถ เรามักจะต้องหลงทางและง่วง จึงระบุรูปแบบของอุปสรรคได้ว่า "ขับรถ --- หลงทาง ง่วง" ดังนั้นก่อนเราจะออกรถ เตรียมตัวป้องกันไว้ได้เลย เราจะต้องเจอปัญหานี้ สถานการณ์อื่นก็เช่นกัน ทำแบบเดียวกัน คือจับรูปแบบของอุปสรรคต่าง ๆ ให้ได้ แล้วเตรียมรับมือ ๕. ข้ามผ่าน
อุปสรรคระดับล่างจะขัดขวางความสุขและความสำเร็จ อุปสรรคเหล่านี้ได้แก่ นิวรณ์ ๕ ความสับสน การขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ การขาดที่ปรึกษาหรือครูผู้รู้ในบางสาขา ความไม่สะดวก ฯลฯ แนวทางการชนะอุปสรรคที่เสนอก่อนหน้านี้มีส่วนช่วยให้สามารถเอาชนะอุปสรรคระดับล่างได้บ้าง นอกจากนั้นยังมีอุปสรรคที่สูงกว่านั้น ซึ่งจะรบกวนจิตใจ ขัดขวางการทำความดี และปิดกั้นความสำเร็จ มักเกิดจากภายนอก โดยเฉพาะจากคนอื่น เช่น การกำหนดในรายละเอียดหรือขั้นตอนให้เราต้องทำตาม คำแนะนำที่ขัดแย้งกับแนวทางของเรา คำตำหนิ คำพูดที่มาจากความเห็นที่ขัดแย้ง และการตรวจสอบ เป็นต้น การจะชนะอุปสรรคเหล่านี้ทำได้นอกจากวิธีต่าง ๆ ที่ได้เคยเขียนไว้แล้ว เช่น การว่านอนสอนง่าย การกำหนดปัจจุบัน การอโหสิกรรมและแผ่เมตตา และศิลปะ ยังทำได้ด้วยการละวางความสนใจในอุปสรรค แล้วหันมาเดินหน้าต่อไป มุ่งพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป สู่เป้าหมายที่ต้องการ ดังนี้แล้วเรียกว่าข้ามผ่านอุปสรรคระดับนี้ได้ ๖. พึ่งตนเอง
พึ่งตนเองก่อน เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นให้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุ แล้วรีบแก้ไขอุปสรรค เพื่อจะได้ลงมือทำงานตามเส้นทางต่อไป ๗. ระบุปัญหาให้ชัดเจนแล้วแก้ไขไปเป็นข้อ ๆ
เมื่อพบว่ามีอุปสรรคในโอกาสที่ได้รับ อาจจะถึงกับทำให้เราตื่นตกใจ ก่อนที่จะปัดโอกาสทิ้งไป อาจจะลองระบุข้อดีและข้อเสียซึ่งเป็นอุปสรรคออกมาเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน และหาหนทางแก้ไขอุปสรรคแต่ละข้อนั้นให้ได้ บางข้ออาจแก้ได้ง่าย บางข้ออาจจะต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อย เมื่อสามารถแก้อุปสรรคที่พบได้หมดแล้วจิตใจก็จะเบาสบายโล่งไปเปาะหนึ่ง ๘. เปลี่ยนจากการโทษผู้อื่นหรือสิ่งต่าง ๆ ให้หันมาพิจารณาแก้ไขปัญหา
เมื่ออุปสรรคจากภายนอกและภายในขัดขวางไม่ให้เราลงมือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ แทนที่จะมัวคิดโทษว่าเพราะใครหรือเพราะอะไร เราอาจจะพิจารณาด้วยการตั้งคำถามและหาคำตอบ ด้วยการตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้ฉันสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและต่อเนื่อง เลือกหนทางที่ง่ายที่สุด ลงมือจัดตามต้องการ แล้วก็เริ่มงานได้เลย เบ็ดเสร็จเราอาจจะใช้เวลาในการแก้ปัญหาเสร็จได้อย่างรวดเร็ว ๙. เตรียมพร้อม
การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเตรียมจนพร้อม หรือทำงานให้เสร็จล่วงหน้า ไม่รอมาทำในช่วงสุดท้าย ๑๐. เลือกทำกิจกรรมที่สำคัญที่สุด
ในกรณีที่มีภาระมากจนไม่มีเวลาหรือสมาธิที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ในเวลาเพียงน้อยนิดที่มี อาจแก้ด้วยการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุด (The Core) ที่เป็นหัวใจ เช่น ตามความเห็นของผู้เขียน หัวใจของพุทธศาสนาคือนิพพาน เป็นต้น ๑๑. สมดุลระหว่างการไม่ยึดถือความคิดเห็นของตนเองและการโอนอ่อนผ่อนตาม
เกี่ยวกับการยึดถือความคิดเห็นของตน การโอนอ่อนผ่อนตาม และการมีจุดยืน เป็นศิลปะ ไม่สามารถระบุว่าอย่างไรถูกหรือผิด ในแต่ละกรณี เป็นไปได้ยากที่จะทำให้ได้ครบทุกความต้องการของทุกคนที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างน้อยที่สุด ควรมุ่งความสำเร็จเป็นสำคัญ ๑๒. อดทน
หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเทศน์ไว้ดังปรากฏในหนังสือ "ความอดทน" ว่า ความอดทนเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จ อดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ๑๓. มุ่งเป้าหมายหลัก
เมื่อมีอุปสรรคหลายอย่างประดังประดาเข้ามา เราจะต้องรู้ว่าเป้าหมายหลักของเราคืออะไร ถ้ามีมากกว่าหนึ่ง จะต้องคัดเลือกเป้าหมายสำหรับช่วงเวลา เมื่อรู้เป้าหมายหลักแล้วก็ต้องรู้อุปสรรคหรือข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับแต่ละเป้าหมาย จัดการกับอุปสรรคและดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อจำกัด เพื่อให้สามารถทำงานและประสบผลดีเลิศ ๑๔. ใช้แนวทางที่เคยได้ผล
เมื่อหมดกำลังใจแล้วเราเคยทำอย่างไรจึงมีกำลังใจกลับคืนมา วิธีเหมือนเดิมหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อาจจะใช้ไม่ได้ แต่แนวทางเดิมแล้วปรับเปลี่ยนนิดหน่อย น่าจะได้ผล |
||||||||||||||||
บทความที่เกี่ยวข้อง: Free to read or republish. 2009 by forThais.org. |
||||||||||||||||