อุปสรรค

โดย สาระ
ปรับปรุง ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๓

 

การทำงานหรือทำความดีใด ๆ ต้องมีอุปสรรค อย่ามัวรอจังหวะที่ปลอดโปร่งที่สุดแล้วจึงทำ จังหวะอย่างนั้นมันไม่มี คิดเสียอย่างนั้น  เมื่อมีปัญหาอุปสรรค เราก็คิดแก้ไขไป ให้สามารถทำงานได้

ปัญหา อุปสรรค ทั้งหลายทั้งปวง สามารถลดลงได้ด้วยสติ ปัญญา และความพยายาม

นอกจากนั้นก็ด้วย การไม่ประมาท การคาดการณ์ การเตือน การตรวจสอบ และการป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ 

ทำความเพียร ตัดความกังวล

ปัญหา อุปสรรค และเรื่องวุ่นวาย ในบทความนี้ขอรวมเรียกว่า "อุปสรรค"

อุปสรรคขัดขวางความสุขและความสำเร็จ มักบั่นทอนปัจจัยแห่งความสำเร็จ อันได้แก่ เวลา พลังงาน ความสนใจ สมาธิ เงิน และทรัพยากรอื่น ๆ

อุปสรรคแบ่งเป็นที่เกิดภายใน จากภายนอก และทั้งสองอย่าง

อุปสรรคภายใน เป็นอุปสรรคที่เกิดที่ร่างกายและจิตใจของเรา อาทิเช่น

  • ง่วง ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนหลับ ในจังหวะที่จะต้องทำงานหรือไปตามนัดหมาย
  • ตามความต้องการทางเพศ
  • ประมาทเลินเล่อ
  • ขาดคุณสมบัติหรือความพร้อม ในเรื่องที่จำเป็นสำหรับงานนั้น ๆ
  • ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน โดยจัดการได้ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดผลกระทบโดยรวม เช่น ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ใช้เวลานานขึ้น คุณภาพงานลดลง ความสงบสุขของจิตใจลดลง และความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหดหาย
  • หมดกำลังใจ
  • ไม่มีแรงจูงใจ
  • หลงทาง ตามความหมายตรงตัวหรืออุปมาอุปมัย
  • เร่งรีบ โดยขาดสติการระมัดระวัง

อุปสรรคภายนอก เป็นอุปสรรคที่เกิดจากคนอื่นหรือสิ่งอื่น อาทิเช่น

  • ปัญหาเกี่ยวกับคน เช่น ผู้มีอำนาจตัดสินใจมีเป้าหมายที่ไม่แน่นอน หรือผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถทำงานได้
  • เครื่องมือไม่สามารถใช้งานได้
  • งานยาก
  • ขาดที่ปรึกษาที่เข้าใจและนำทางได้
  • สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

อุปสรรคผสม เป็นชุดอุปสรรคที่รวมไว้ด้วยอุปสรรคภายในและภายนอก ได้แก่

  • อุปสรรคนาทีสุดท้าย เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายเพื่อขัดขวางความสำเร็จ ในความเป็นจริงอุปสรรคนี้ได้ก่อตัวขึ้นล่วงหน้าก่อนแล้วเป็นอุปสรรคภายใน ได้แก่ ความประมาท หรือการที่ไมได้เตรียมพร้อม แล้วมาประทุจริงจังประดังประดาในช่วงท้ายของเวลาด้วยอุปสรรคภายนอก เช่น การถูกเร่งรัด ขัดจังหวะ ฯลฯ
  • อุปสรรคสารพัด เป็นอุปสรรคทั้งภายในและภายนอก หลายทิศหลายทาง

กรณีศึกษาบางรายการ ของการจัดการอุปสรรคแต่ละอย่าง จะแสดงต่อไปนี้้

๑. มีสติ สงบใจ

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

เมื่อถูกอุปสรรคเล่นงานเอา ให้มีสติ ทำใจสงบ อาจจะภาวนาพุทโธ หรือกำหนดรู้ปัจจุบันก็ได้
อุปสรรคนอกจากขัดขวางความสำเร็จ มักจะทำให้วุ่นวายใจด้วย เช่น ทำให้โกรธ เสียใจ หรือหมดกำลังใจ
ให้ทำใจดี ๆ ใจกลาง ๆ ใจเย็น ๆ ใจสงบ
หลังจากที่ใจสงบแล้ว อะไร ๆ มันก็ดูจะง่ายขึ้น

๒. ใช้ปัญญา

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

แก้ไขอุปสรรคด้วยปัญญา คิดเอง ปรึกษากัลยาณมิตร หรืออ่านดูตำหรับตำรา

แนวคิดในการแก้ไขอุปสรรค ได้แก่

- วิธีไหนดีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าเป็นอุปสรรคที่เกี่ยวเฉพาะกับตนเองเป็นหลัก วิธีที่ดีคือวิธีที่แก้ไขอุปสรรคได้ งานสะดุดน้อย เสียเวลาและทรัพยากรน้อย และมีผลกระทบน้อย 

เปรียบเทียบผลดีต่อผลเสีย ในบรรดาทางเลือกต่าง ๆ เช่น การแก้หรือซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรค การเปลี่ยนใหม่เฉพาะส่วน
การเปลี่ยนทั้งหมด หรือการไม่ทำอะไรเลย

ส่วนถ้าเป็นอุปสรรคที่เกี่ยวกับคนอื่น วิธีที่ดีจะต้องคำนึงถึงคนที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นด้วย

- โดยทั่วไป ควรให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่ต้องการ มากกว่าอุปสรรค
-
ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกที่จะป้องกัน แทนที่จะรออุปสรรคเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้ไข
-
บางครั้งเราจะต้องตัดสินใจว่าจะแก้อุปสรรคไปทีละตัวหรือแก้หลายตัวพร้อม ๆ กัน ซึ่งส่วนใหญ่แก้อุปสรรคทีละตัวจะง่ายกว่า
- ทดลองช่องทางอื่น เช่น ติดต่อผ่านทางเบอร์มือถือไม่ได้ ก็ลองติดต่อผ่านเบอร์ที่ทำงาน

๓. พยายาม

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

อุปสรรคบางอย่าง เมื่อพยายามทุกวิถีทางแล้ว กลับพบว่าหาคำตอบไม่เจอ ถึงทางตัน

เมื่อเป็นดังนี้ ลองใช้ความพยายาม เพิ่มกว่าที่เคย

ฮึดสู้ เอาจริงเอาจัง

หาเครื่องมือช่วย ทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

บางครั้ง ความพยายามต้องพร้อม ๆ กับความใจเย็น  ใจเร็วรีบร้อนอาจจะทำให้สิ่งที่ค้นหาถูกบดบังมองไม่เห็น

๔. รู้รูปแบบและเตรียมรับมือ

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

บางครั้ง อุปสรรคหลักที่เกิดบ่อยอาจจะสามารถถูกจับคู่กับสถานการณ์  ถ้าเรามองออก ก็จะช่วยในการป้องกันแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

การเกิดของอุปสรรคเหล่านี้ ผู้เขียนจึงเรียกว่าเป็นรูปแบบ

เช่นเมื่อใดที่เราขับรถ เรามักจะต้องหลงทางและง่วง  จึงระบุรูปแบบของอุปสรรคได้ว่า "ขับรถ --- หลงทาง ง่วง" ดังนั้นก่อนเราจะออกรถ เตรียมตัวป้องกันไว้ได้เลย เราจะต้องเจอปัญหานี้

สถานการณ์อื่นก็เช่นกัน ทำแบบเดียวกัน คือจับรูปแบบของอุปสรรคต่าง ๆ ให้ได้ แล้วเตรียมรับมือ

๕. ข้ามผ่าน

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

อุปสรรคระดับล่างจะขัดขวางความสุขและความสำเร็จ  อุปสรรคเหล่านี้ได้แก่ นิวรณ์ ๕ ความสับสน การขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ การขาดที่ปรึกษาหรือครูผู้รู้ในบางสาขา ความไม่สะดวก ฯลฯ  แนวทางการชนะอุปสรรคที่เสนอก่อนหน้านี้มีส่วนช่วยให้สามารถเอาชนะอุปสรรคระดับล่างได้บ้าง

นอกจากนั้นยังมีอุปสรรคที่สูงกว่านั้น ซึ่งจะรบกวนจิตใจ ขัดขวางการทำความดี และปิดกั้นความสำเร็จ    มักเกิดจากภายนอก โดยเฉพาะจากคนอื่น เช่น การกำหนดในรายละเอียดหรือขั้นตอนให้เราต้องทำตาม คำแนะนำที่ขัดแย้งกับแนวทางของเรา คำตำหนิ คำพูดที่มาจากความเห็นที่ขัดแย้ง และการตรวจสอบ เป็นต้น  การจะชนะอุปสรรคเหล่านี้ทำได้นอกจากวิธีต่าง ๆ ที่ได้เคยเขียนไว้แล้ว เช่น การว่านอนสอนง่าย การกำหนดปัจจุบัน การอโหสิกรรมและแผ่เมตตา และศิลปะ ยังทำได้ด้วยการละวางความสนใจในอุปสรรค แล้วหันมาเดินหน้าต่อไป มุ่งพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป สู่เป้าหมายที่ต้องการ  ดังนี้แล้วเรียกว่าข้ามผ่านอุปสรรคระดับนี้ได้

๖. พึ่งตนเอง

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

พึ่งตนเองก่อน เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นให้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุ แล้วรีบแก้ไขอุปสรรค เพื่อจะได้ลงมือทำงานตามเส้นทางต่อไป

๗. ระบุปัญหาให้ชัดเจนแล้วแก้ไขไปเป็นข้อ ๆ

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

เมื่อพบว่ามีอุปสรรคในโอกาสที่ได้รับ อาจจะถึงกับทำให้เราตื่นตกใจ  ก่อนที่จะปัดโอกาสทิ้งไป อาจจะลองระบุข้อดีและข้อเสียซึ่งเป็นอุปสรรคออกมาเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน  และหาหนทางแก้ไขอุปสรรคแต่ละข้อนั้นให้ได้  บางข้ออาจแก้ได้ง่าย บางข้ออาจจะต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อย  เมื่อสามารถแก้อุปสรรคที่พบได้หมดแล้วจิตใจก็จะเบาสบายโล่งไปเปาะหนึ่ง

๘. เปลี่ยนจากการโทษผู้อื่นหรือสิ่งต่าง ๆ ให้หันมาพิจารณาแก้ไขปัญหา

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

เมื่ออุปสรรคจากภายนอกและภายในขัดขวางไม่ให้เราลงมือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ แทนที่จะมัวคิดโทษว่าเพราะใครหรือเพราะอะไร เราอาจจะพิจารณาด้วยการตั้งคำถามและหาคำตอบ ด้วยการตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้ฉันสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและต่อเนื่อง เลือกหนทางที่ง่ายที่สุด ลงมือจัดตามต้องการ แล้วก็เริ่มงานได้เลย เบ็ดเสร็จเราอาจจะใช้เวลาในการแก้ปัญหาเสร็จได้อย่างรวดเร็ว

๙. เตรียมพร้อม

สำหรับอุปสรรคนาทีสุดท้าย

การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเตรียมจนพร้อม หรือทำงานให้เสร็จล่วงหน้า ไม่รอมาทำในช่วงสุดท้าย

๑๐. เลือกทำกิจกรรมที่สำคัญที่สุด

สำหรับอุปสรรคภายนอก

ในกรณีที่มีภาระมากจนไม่มีเวลาหรือสมาธิที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ในเวลาเพียงน้อยนิดที่มี อาจแก้ด้วยการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุด (The Core) ที่เป็นหัวใจ เช่น ตามความเห็นของผู้เขียน หัวใจของพุทธศาสนาคือนิพพาน เป็นต้น

๑๑. สมดุลระหว่างการไม่ยึดถือความคิดเห็นของตนเองและการโอนอ่อนผ่อนตาม

สำหรับอุปสรรคภายใน

เกี่ยวกับการยึดถือความคิดเห็นของตน การโอนอ่อนผ่อนตาม และการมีจุดยืน เป็นศิลปะ ไม่สามารถระบุว่าอย่างไรถูกหรือผิด ในแต่ละกรณี   เป็นไปได้ยากที่จะทำให้ได้ครบทุกความต้องการของทุกคนที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างน้อยที่สุด ควรมุ่งความสำเร็จเป็นสำคัญ

๑๒. อดทน

สำหรับอุปสรรคทั่วไป

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเทศน์ไว้ดังปรากฏในหนังสือ "ความอดทน" ว่า ความอดทนเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จ อดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ

๑๓. มุ่งเป้าหมายหลัก

สำหรับอุปสรรคสารพัด

เมื่อมีอุปสรรคหลายอย่างประดังประดาเข้ามา เราจะต้องรู้ว่าเป้าหมายหลักของเราคืออะไร ถ้ามีมากกว่าหนึ่ง จะต้องคัดเลือกเป้าหมายสำหรับช่วงเวลา เมื่อรู้เป้าหมายหลักแล้วก็ต้องรู้อุปสรรคหรือข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับแต่ละเป้าหมาย  จัดการกับอุปสรรคและดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อจำกัด เพื่อให้สามารถทำงานและประสบผลดีเลิศ

๑๔. ใช้แนวทางที่เคยได้ผล

สำหรับอุปสรรค เช่น หมดกำลังใจ

เมื่อหมดกำลังใจแล้วเราเคยทำอย่างไรจึงมีกำลังใจกลับคืนมา วิธีเหมือนเดิมหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อาจจะใช้ไม่ได้ แต่แนวทางเดิมแล้วปรับเปลี่ยนนิดหน่อย น่าจะได้ผล

 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง:
การตัดสินใจ
การแก้ปัญหา
ข้อความที่ซ่อนเร้น
ชนะความเครียด
วิธีแก้กรรม
วุ่นวายใจ : แก้ที่เหตุ
การวางแผน
ความง่วง
ความลังเล
หลงทาง (ตอนที่ ๑)
หลงทาง (ตอนที่ ๒)
ชนะคำพูด

Free to read or republish. 2010 by forThais.org.