๑.
เมื่อเรามีเป้าหมายที่สร้างสรรค์และเป็นไปได้
รวมทั้งเราพอรู้เส้นทางไปสู่เป้าหมายนั้น
ถือว่ากระบวนการของความก้าวหน้ากำลังเกิดขึ้น
ซึ่งนั่นก็คือการเห็นโอกาส
เราอาจจะเริ่มลงมือทำในจังหวะที่ไม่ดี คือมีอุปสรรคมาก
ถ้าทำได้เราควรรอจังหวะที่อุปสรรคน้อยลงพอที่จะข้ามผ่านไปได้
หรือเราจะจัดการเพื่อให้อุปสรรคน้อยลง
แล้วจึงไปตามทางที่วางแผนไว้ อย่างนี้จะถึงเป้าหมายได้เร็ว
แต่ถ้าสถานการณ์บังคับให้เดินหน้าต่อ
หรือมีอุปสรรคมากต่อเนื่อง จนเราไม่สามารถไปตามเส้นทาง
และต้องเสียเวลามากกว่าที่ควรจะเป็น
การอดทนและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ
โดยส่วนใหญ่แล้ว
ความมุ่งมั่นที่จะถึงยังจุดหมายปลายทาง...
จะนำพาเราไปจนประสบความสำเร็จ และได้รับโอกาสนั้นมาครอบครอง
๒.
เชื่อหรือไม่?
ในช่วงชีวิตของคนแต่ละคนนั้น
อาจจะมีโอกาสที่ดีเยี่ยมผ่านเข้ามาเป็นระยะ ๆ
แต่เรากลับปล่อยมันหลุดลอยไป ในขณะที่โอกาสงาม ๆ
เหล่านั้นน้อยคนจะได้
บ่อยครั้งเพราะความที่เชื่อความคิดไม่ว่าจะ
๑) ผละมันไป
ด้วยเหตุผลนานัปการ เป็นต้นว่า เห็นทางเลือกอื่นดีกว่า
ใจไม่รัก ไม่ใช่องค์กรที่ฉันชอบ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ
รู้สึกว่ามันยาก มันแพงเกินไป
หรือมันไม่ใช่แบบนี้นี่ที่ควรจะเป็น
๒) สูญเสียความแน่วแน่ (Lost
focus) ด้วยการทำหลายอย่างหรือสนใจสิ่งอื่นมากกว่า
เช่น กิจกรรมเพื่อสังคม เป็นต้น
๓)
ไม่ตั้งใจทุ่มเทใส่ใจกับโอกาสนั้นอย่างแท้จริง
มีไม่กี่คำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้:
โอกาส เวลา เงิน และหน้าที่
โอกาส
หมายถึงสิ่งที่ดีงามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เช่น
โอกาสที่ได้รู้จักกับคนดีหรือแวดล้อมด้วยคนดี
โอกาสทางการศึกษาทั้งที่เป็นสถาบันและคณะวิชา
โอกาสทางอาชีพทั้งที่เป็นองค์กรและตำแหน่งงานหรือลักษณะงาน
โอกาสในการทำความดี ฯลฯ
เวลา และเงิน
มักจะเป็นทรัพยากรหลัก (Key resources)
ที่เราใช้ในการทำให้โอกาสนั้นสำเร็จดังประสงค์
เรามักจะมีความจำกัดในสองเรื่องนี้
เวลาของแต่ละคนจะเหลือน้อยลง ๆ ด้วยเพราะอายุเรามากขึ้น
และเวลาสำหรับโอกาสหนึ่ง ๆ
ส่วนมากจะมีช่วงเวลาจำกัดของมันที่ไม่สามารถรอเราได้นาน
และคำว่า "เวลา"
ยังหมายรวมถึง พลังงานหรือกำลัง และความสนใจหรือสมาธิ
ส่วนเงินหรืองบประมาณคือกำลังทรัพย์ของเราที่จะใช้
กับโอกาสหนึ่ง ๆ
ใครใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แล้วสำเร็จได้ผลดี
จึงสมควรได้รับการยกย่อง
หน้าที่
เป็นตัวบ่งชีหรือกรอบที่บอกเราว่าเราควรสนใจโอกาสใดที่สุดในช่วงเวลานั้น
ๆ เพราะเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสหลายอย่างเข้ามาหา
ยิ่งถ้าเรามีความพร้อมและมีทรัพยากรเพียงพอ
ยิ่งมีโอกาสเข้ามามาก เราจึงควรเลือกโอกาส
แต่บางครั้งโอกาสที่เราสามารถรับได้ก็ไม่ตรงกับที่ใจต้องการ
ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงอย่างหนึ่งของโลก
หากโอกาสนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เราควรระมัดระวังในการตัดสินใจ
เพราะถ้าเราไม่เลือกเราอาจจะสูญเสียโอกาสที่ดีมาก ๆ นั้น
มันมีความไม่แน่นอนปนอยู่
มันไม่เสมอไปที่โอกาสที่ดีจะต้องได้มายาก
แต่การมองเห็นคุณค่าและการตัดสินใจต่างหากที่สำคัญในการนี้
ซึ่งก็คือการมีวิสัยทัศน์นั่นเอง การประเมินอะไรง่าย ๆ
จากรูปแบบที่เห็นจึงไม่ถูกต้องเสมอไป
วิสัยทัศน์ที่ดี
หมายถึงคุณสมบัติที่สามารถมองการณ์ไกล มองภาพรวม
และมองเห็นผลสุดท้าย
หากเราไม่แน่ใจว่าวิสัยทัศน์ของเราจะถูกต้องชัดเจนหรือเปล่า
เราอาจจะปรึกษาผู้ที่เขารู้หรือมีประสบการณ์สักสองสามคนก็ได้
อุปสรรคภายในตัวที่ร้ายที่สุดคือความคิดของเราเอง
ดังที่กล่าวแล้วถึงเหตุผลที่ผละจากโอกาส รองลงมาได้แก่
นิวรณ์ ๕ เครื่องกั้นความดี และอื่น ๆ
อุปสรรคภายนอกจะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ
ซึ่งมักจะมีส่วนในการบั่นทอนเวลาและเงิน
ทำให้เราหลงทางหรือไม่เห็นโอกาส ฯลฯ
จนเป็นผลให้เราพลาดจากโอกาสนั้น ๆ
และที่สำคัญ
เราไม่ควรเสียดาย เสียใจ หรือต่อว่าตนเอง
กับการการสูญเสียโอกาสดี ๆ ในอดีต
ขอให้เราหันมามองปัจจุบันเป็นหลัก ๑)
สนใจโอกาสที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และตั้งใจทำมันให้ดี ๒)
ดูว่าโอกาสงาม ๆ ที่เพิ่งผ่านไป มีอันไหนที่ยังไม่หมดอายุ
ให้เราสามารถกลับไปรับได้บ้าง และ ๓)
พร้อมเสมอสำหรับโอกาสที่วิเศษสุดที่จะเข้ามาอีกเรื่อย ๆ
ให้เราเลือกคว้า
|