|
|||
|
การมีทัศนคติดีเป็นส่วนย่อยของหมวดการคิดดี เมื่อเราคิดดีหรือรู้สึกดีกับคนอื่นสิ่งอื่น เราก็จะพูดดีและทำดีต่อคนนั้นสิ่งนั้น ไม่โกรธ ไม่นินทา และที่สำคัญจิตใจยังมีความสุข ซึ่งความสุขจะมีสองแบบคือ ๑. ปิติสุข อิ่ม ยิ้ม กับ ๒. สงบสุข การทดสอบจะมีขึ้น ตัวอย่างเช่น ถูกรบกวนขัดจังหวะ ซึ่งทำให้เราหงุดหงิด เกิดความคิดขึ้นในใจว่า ทำไมเขามารบกวนเรา ทัศนคติที่ไม่ดีกำลังเกิดขึ้นแล้ว ถ้ารู้ตัวให้กำจัดทัศนคตินี้ออกไปทันที ก็เป็นอันจบ จิตใจก็ไม่เครียด คิ้วไม่ขมวด มีความสุขขึ้นมาทันที การละหรือวางทัศนคติที่ไม่ดีทำดังนี้ เืมื่อใดก็ตามที่ทัศนคติที่ไม่ดีหรือความรู้สึกนึกคิดไม่ดีเกิดขึ้น ให้พิจารณาดูเจ้าความคิดนี้ จะเปรียบไปก็เหมือนฟองน้ำทีถูกบีบ หน้างอ คิ้วขมวด จิตใจครุ่นคิด ... เห็นไหม มันไม่ได้ดีอะไรเลย เจ้าทัศนคติที่ไม่ดีนี่ เราเห็นแล้ว เราก็ปล่อยมัน ฟองน้ำถูกคลายตัว หน้าไม่งอ คิ้วไม่ขมวด จิตเกิดปิติ เวลาผ่านไปปิติหมด ก็เหลือสงบสุข หรืออยู่ ๆ กำลังทำงานเพลิน ๆ ก็คิดถึงบางคนว่าเขาได้เคยพูดไม่ดี ทำไม่ดี กับเรา หรือนึกถึงความผิดพลาดหลงลืมจุดอ่อนของเขา หรือแม้แต่จินตนาการไปว่าเขาต้องพูดไม่ดีทำไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้แน่ ๆ รวมเป็นว่านึกถึงใครในแง่ลบไม่ว่าจะเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้นแล้วหรือยังไม่เกิดก็ตาม เมื่อเรารู้ทันใจของเรา ก็ให้หยุดคิด จะเป็นวงจรกำจัดทัศนคติไม่ดี ทัศนคติไม่ดี--->รู้ทัน--->หยุดคิด มีกัลยาณมิตรหรือเพื่อนที่แสนดีก็ขอให้ท่านช่วยเตือน พอเมื่อไหร่ที่เรามีทัศนคติไม่ดี คิดถึงใครในแง่ลบ ท่านจะได้บอกเรา ทำให้เรารู้ทัน เพราะลำพังเราเองอาจจะไม่รู้หรอกว่าใจมันคิดไม่ดี ก็ใจมันเผลอคิดปรุงแต่งต่อเนื่องไปเรื่อยนี่ จนทำให้ทัศนคติไม่ดีพัฒนาต่อไป ความทุกข์ใจยิ่งเพิ่มพูน ดังนั้นจึงต้องรู้ทันใจเรา ส่วนการจะหยุดคิดได้ง่ายขึ้นเมื่อเรารู้แล้วว่าทัศนคติไม่ดีมันไม่ดีต่อเราจริง ๆ ตรงกันข้าม ทัศนคติที่ดีคือมองคนนั้นหรือสิ่งนั้น รวมทั้งสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้อง ด้วยความเข้าใจ และให้ความเมตตาต่อเขา สรุปว่า ทัศนคติที่ไม่ดีทำให้เราทุกข์ใจ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเก็บทัศนคติไม่ดีไว้ทำไมกัน...? |
|||
|
Free to read or republish. 2009 by forThais.org. |
|||