|
||||
|
แก้วิบากกรรมด้วยสติปัญญา เมื่อถึงช่วงที่ความทุกข์เข้าถาโถม เตรียมพร้อม พยายามมีสติอย่าเผลอ สำรวมระวังในอากัปกิริยาต่าง ๆ สม่ำเสมอเป็นนิสัย ได้แก่
๑) คิดดี
๒) ติดต่อสื่อสารดี
๓) ทำดี กระบวนการ กระบวนการตอบแทนต่อผลกรรมดีและกรรมชั่วหรือในที่นี้เรียกสั้น ๆ ว่า "กระบวนการ" กระบวนการหรือขั้นตอน มีโครงเรื่อง วัตถุกรรม และสถานการณ์ โครงเรื่องอาจจะยาวสั้นยากง่าย
วัตถุกรรมคือสิ่งที่เป็นเครื่องมือสำคัญ ประสานให้กระบวนการสมบูรณ์
วัตถุกรรมอาจจะเป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ
วัตถุกรรมเป็นเส้นทางนำพาผู้นั้นไปสู่ความสุขหรือความทุกข์ในรูปแบบและระดับต่าง ๆ และเป็นบันไดเป็นโอกาสให้ผู้นั้นทำดีหรือทำชั่วต่อไปอีก นอกจากนี้
ยังมีการเกิดขึ้นของสถานการณ์ทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปและแบบฉับพลันทันด่วน
จนกระทั่งเหตุปัจจัยพร้อมสำหรับให้คนหรือสัตว์ใช้ ดังนั้น การเห็นกระบวนการโดยเฉพาะวัตถุกรรมหรือสถานการณ์ จะช่วยให้จัดการกับกระบวนการได้ดีขึ้น วัตถุกรรมมีพระไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เป็นคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุกรรมแห่งความดีหรือความชั่ว
ดังนั้น การระบุวัตถุกรรมใดว่าเป็นดีหรือไม่ดีจึงไม่แน่นอน
บางสิ่งต้นร้ายปลายดี ต้นร้ายปลายร้าย ต้นดีปลายร้าย ต้นดีปลายดี
หรือปนเปสลับ
อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป
วัตถุกรรมดีจะนำมาซึ่งความสำเร็จตามเป้าหมายอันดีงามยิ่ง
หรือความสงบสุขของจิตใจ
ส่วนวัตถุกรรมแห่ง เมื่อสังเกตเห็นวัตถุกรรมใดแล้ว กับวัตถุกรรมแห่งความดี ไม่ควรยินดีจนเพลิน หรือย่อท้อต่ออุปสรรค ระวังเข้าใจผิดมองเป็นวัตถุกรรมร้ายไปเสียน่ะ
กับวัตถุกรรมแห่งความไม่ดี ควรระมัดระวังอารมณ์ มีสติ
พยายามทำความเข้าใจ และจัดการด้วยปัญญา คำนึงถึงความเหมาะสม
หลีกเลี่ยง ความคิดหรือการตัดสินใจของเรานั้น
เป็นวัตถุกรรมที่สำคัญมากที่สุดสิ่งหนึ่ง
ที่จะนำพาชีวิตของเราให้ไปในทิศทางใด โอกาสดี ๆ
ถ้าความคิด นอกจากวิธี ๑. และ ๒. ที่กล่าวนี้
ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกที่จะสามารถช่วย ให้ทุเลา หรือลดความเสียหาย
เช่น การมีฝ่ายตรวจสอบ การทักท้วง มันมีเหตุ ความดีและความชั่วเป็นเหตุให้เกิดกระบวนการชดใช้กรรม
การที่เราจะต้องพานพบและทุกข์เดือดร้อนเพราะใครนั้น
มักจะมีวิบากกรรมเป็นเหตุให้เราเจอเขา แล้วมีปัญหากัน
เดือดร้อนกันทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม การอโหสิกรรมคือการที่จิตไม่คิดอาฆาต ยกโทษให้ ถ้ายกโทษให้ต้องยกให้จริง เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปแล้ว ก็ไม่ควรพูดถึง
ถ้าเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง ก็ควรปกป้องตัวเองครอบครัวและผู้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ และแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น และอีกกรณีหนึ่ง เราอาจจะได้เจอะเจอกับผู้ที่เคยทำให้เราเดือดร้อน ก็ควรมีใจเป็นกลาง ไม่เกลียด และไม่ใกล้ชิดด้วยความประมาท เผชิญวิบากกรรม ขณะเผชิญกับปัญหาความเดือดร้อน ให้มีสติอยู่เสมอ ประคับประคองเพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ถ้าทำได้ให้ใช้ปัญญาคิดหาหนทางแก้ไขไปใน ถ้าวิบากกรรมหนักหนาจนเหนื่อยล้าอ่อนแรง ให้พักผ่อน ทำให้ตัวเองมีกำลังกาย กำลังใจ เมื่อร่างกายมีพลังงานสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว
วิบากกรรมบางอย่างมักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นระยะ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือเมื่อเผลอ ดังนั้นจึงควรคิดหาวิธีหลีกเลี่ยง ป้องกัน แก้ไข ซักซ้อม วิบากกรรมบางอย่างเกิดขึ้นถาวรแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่เราต้องอยู่กับผลกรรมนั้น อาจจะใช้จิตจดจ่อพิจารณาอยู่กับผลกรรมนั้น
สรุป
สติและปัญญาสำคัญ มีสติอย่าเผลอ ตื่นตัว ตั้งหลัก โดยเฉพาะก่อนกระบวนการชดใช้กรรมจะเกิดขึ้นอีกรอบ
จะเป็นผลให้เราหลีกเลี่ยง |
||||
บทความที่เกี่ยวข้อง: Free to read or republish. 2009 by forThais.org. |
||||