การพูด

โดย สาระ
ปรับปรุง ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๒

 

มีสติในการพูด ด้วยการนึกในใจก่อนแล้วจึงพูด หรือใช้สติปัญญากำกับขณะที่พูด

ถ้าคิดก่อนที่จะพูดทุกครั้ง หรืออย่างน้อยรู้ตัวว่าตนเองกำลังพูดอะไร นั่นก็แสดงว่าการพูดแต่ละครั้งนั้นมีสติกำกับอยู่

การพูดที่มีสติกำกับอยู่จะมีคุณค่า มีพลัง ลดความทุกข์ และลดปัญหาความขัดแย้งได้

ก่อนอื่น ควรเห็นประโยชน์ก่อนว่าการคิดก่อนพูดหรือการมีสติในขณะที่พูดนั้นสำคัญ  ถ้าเห็นแล้วเข้าใจแล้วก็จะฝึกได้ง่ายครับ

การพูดเล่นนี่จะต้องนึกถึงกาละเทศะ เพราะคำพูดนั้นอาจจะไปกระทบคุณค่าของผู้ฟัง ซึ่งอาจจะทำให้เขาเสียใจโดยไม่ตั้งใจได้

หลายท่านคงจะมีวิธีหลากหลายที่จะฝึกสติกำกับการพูด อาจช่วยบรรเทาผลที่ไม่ได้คาดหมายจากการตอบสนองของผู้ฟัง วิธีต่าง ๆ มีดังนี้

หยุดก่อนพูด

คือทันทีที่เกิดความคิดใด ๆ ในสมอง แทนที่จะพูดออกมาในทันที เราก็หยุดดูผู้ฟังก่อน ดูกาละเทศะ และคาดคะเนผลที่่จะเกิดขึ้นหากเราพูดออกไป

พูดน้อย คิดก่อนพูด

พูดน้อย และไตร่ตรองก่อนพูด

และต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า การมีจิตใจดีขณะพูดหรือถามคำถามออกไปด้วยความใสซื่อ บางคำพูดคำถามนั้นละเอียดอ่อน ผู้ฟังหรือผู้ที่ได้ยินอาจจะประเมินเราไปในแง่ลบ จดจำ และท้ายที่สุดจะเป็นอุปสรรคไม่ให้เขาสนับสนุนเราได้ นั่นเป็นเพราะ ๑) เราพูดหรือถามด้วยประโยคที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง และ ๒) เขาเข้าใจเราผิดแล้ว

การพูดใด ๆ ก็ตาม เช่น การวิจารณ์ หรือการให้คำแนะนำ ควรพิจารณาด้วยว่าจะเป็นการรบกวนจิตใจของใครหรือไม่ และหากเป็นในเชิงลบก็ควรได้รับความยินยอมยินดีจากฝ่ายที่ถูกกล่าวถึงด้วย (Solicitation)

ทำไมจึงควรพูดน้อยหรือประโยชน์ของการพูดน้อยคืออะไร?

๑. ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมาธิ คุมสติได้ง่ายขึ้น เห็นได้ชัดในขณะทำงานต่าง ๆ เช่น การขับรถ เป็นต้น

๒. ลดโอกาสที่จะถูกเบียดเบียนด้วยคำพูดที่ไม่ดี โดยเฉพาะเป็นหนทางหนึ่งในการปฏิบัติตนต่อผู้มักพูดไม่ดีไม่ให้เข้าทางเขา และเป็นหนึ่งในวิธีแก้กรรมกรณีที่เราเคยพูดไม่ดีไว้

๓. ตัดลดโอกาสที่จะเบียดเบียนผู้อื่นด้วยคำพูด ี่หรือการที่คำพูดของเราถูกใช้ร่วมในกระบวนการชดใช้กรรมของผู้อื่นทีู่้มีบาปกรรมเกี่ยวกับการพูด

๔. ป้องกันไม่ให้ผู้ใดใช้คำพูดของเราไปทำร้ายคนอื่นหรือตัวเรา ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา และไม่ว่าจะด้วยความหมายเดียวกันหรือเบี่ยงเบน

ใช้สติปัญญาและการสังเกตในขณะที่พูด

ดังนั้นก็อาจจะใช้สติปัญญากำกับขณะที่พูดไปพร้อม ๆ กันเลย คอยตรวจสอบความคิด ความอยาก(จะทำ จะพูด) รวมทั้งสังเกตคู่สนทนาว่าเขามาคุยกับเราเขาต้องการอะไร? หรือเขารู้สึกอย่างไร? สรุปสำหรับวิธีที่สองคือ ใช้สติ ใช้การสังเกต และใช้ปัญญา พร้อม ๆ กันในขณะที่พูด อย่างนี้จะง่ายขึ้น ไม่ขัด ไม่ต้องรอ

การพูดที่ดีควรสังเกตอารมณ์ของผู้ฟัง และในกรณีทั่ว ๆ ไป ควรหลีกเลี่ยงการพูดที่ไม่ดี ที่จะไปลดคุณค่าหรือกระทบความรู้สึกของคู่สนทนา ทำให้ผู้ฟังไม่สบายใจ

การพูดเล่น

เพิ่มเติมเรื่องนี้หน่อย การพูดเล่นนี่ต้องระวัง ควรคิดให้ดี เพราะถ้าพูดเล่นโดยเรื่อยเปื่อย จะเป็นการลดค่าของตัวเอง ลดความเกรงใจที่เขาจะมีให้เรา  ดังนั้น อยู่ดี ๆ จะไปเปิดประตูให้เขาเบียดเบียนเราด้วยคำพูดทำไมกัน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าพูดเล่นอย่างมีขอบเขต ถูกคน ถูกจังหวะ จะเป็นการดี ช่วยเพิ่มความสนิทสนม และลดความตึงเครียด

การพูดที่สร้างความประทับใจให้ผู้ฟัง

โดยทั่วไป การพูดเพื่อให้ผู้ฟังประทับใจ อาจจะทำได้ดังนี้เช่น

  • ก่อนสนทนา ควรรู้สภาวะปัจจุบันของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น อารมณ์ กิจกรรมที่กำลังทำ และนิสัยที่โดดเด่น
  • เริ่มด้วยคำพูดที่ดี
  • ไม่เชื่อความคิดของตนเองหรือพูดตามที่คิดทุกอย่าง แต่ควรใคร่ครวญก่อนพูด คาดเดาอารมณ์ และความพร้อมของผู้ฟัง

ทิ้งท้าย

การพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดจูงใจ ผู้พูดควรนึกถึงจิตใจของผู้ฟัง ซึ่งก็คืออุปนิสัยและอารมณ์ รวมทั้งบรรยากาศในการพูด จะช่วยให้การพูดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 
 

Free to read or republish. 2009 by forThais.org.